Spread the love

ภูมิศาสตร์
ธนบุรึี


ภาควิชาภูมิศาสตร์
คณะวิชามนุษยศาสตร์ฯ
วิทยาลัยครูธนบุรี

ธนบุรี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแผดกับกรุงเทพ มีความเกี่ยวข้องกันใกล้ชิตในทุกๆ
ด้านอย่างไม่อาจจะแยกได้ เพียงแต่ดินแดนทั้งสองมีแม่น้ำดันกลางเท่านั้น ธนบุรีจึงนับ
เป็นเมืองที่มีความสำคัญควบคู่มากับกรุงเทพฯ และในปัจจุบันก็รวมเป็นเขตจังหวัด
เดียวกัน ในนามของจังหวัด “กรุงเทพมหานคร” อันมีฐานะเมืองหลวงของประเทศ

ธนบุรี มีอาณาเขตคิดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้
ทิศเหนือ จดจังหวัดตนนทบุรี
ทิศใต้ จดจังหวดสมุทรสาคร
ทิศตะวันออก จดแม่น้ำเจ้าพระยาและจังหวัดสมุทรปราการ
ทิศตะวันตก จดจงหวัดนครปฐม

ที่ทั้งของธนบุรี มีความสำคัญมาตั้งแต่อดีต ในฐานะที่เป็นเมืองท่าและ
เมืองหน้าด่านในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ในปัจจุบันเป็นย่านเมืองทางตะวันตกของกรุงเทพฯ ”
เป็นทางผ่านของการติก่อเกินทางจากจังหวัดทางใต้ ตะวันตกเฉียงใต้เข้าสู่กรุงเทพๆ อัน
เป็นเส้นทางที่ใช้หนาแน่น ทำให้มีเส้นทางคมนาคมติดก่อกับเขตกรุงเทพฯ ทั้งทางน้ำ ทาง
บทอันมีถนนเชื่อมต่อกรุงเทพฯ หลายสาย มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 5 สะพานคือ

1. สะพานพระราม 6

2. สะพานกรุงธน

3. สะพานพระปิ่นเกล้า

4. สะพานพระพุทธยอดฟ้า

5. สะพานกรงเทพฯ

ลักษณะภูมิประเทศ

ธนบุรีทั้งอยู่บนพื้นราบลุ่มซึ่งเดิมเคยอยู่ใต้ท้องทะเล

อ่าวไทยมาก่อน ~ เมื่อประมาณ 1500 ปี ต่อมา แม่น้ำเจ้าพระยานำตะกอนมาทับถมจนมี
ระดับสูงขึ้น ในบนพื้นที่ราบที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1 เมตร มีความ
ต่างระดับประมาณ 50 ช.ม. พ้นทีราบจะมีเส้นทางน้ำ หรือคลองธรรมชาติไหลตัดผ่าน
จนมีลักษณะคล้ายรัง หรือเส้นกรงตาข่ายคลุมพื้นที ลักษณะเช่นนี้ได้ถูกเปรียบเทียบว่า
เป็นดินแดน เวนิชะวันออก (Venice of the East) (ชื่อนี้ใช้เรียกดินแดนเขตธนบุรี
มากกว่ากรุงเทพฯ ซึ่งมีลองส่วนใหญ่เป็นคลองขุด) เส้นทางน้ำเหล่านี้อำนวยประโยชน์
ให้หลายด้าน เช่น ใช้เป็นเส้นทางคมนาคม ขนส่งผลิตผลทางการเกษตร จากเขต
เพาะปลูกเขตเมือง ใช้เป็นเส้นทางหารระบายน้ำ น้ำโสโครก และขณะเดียวกันน้ำจาก
ลำคลองเหล่านี้ถูกใช้ในการอุปโภค บริโภค อย่างหนาแน่น
ลักษณะที่ลุ่ม เป็นพื้นที่ราบแบบที่ราบน้ำท่วมถึง (Flood Plain) ดังนั้น
ในระยะดูฝนน้ำในแม่น้ำคลองจะเพิ่มระดับสูงขึ้นกว่าปกติ คันดินธรรมชาติของแม่น้ำ
ลำคลองจะเป็นเขื่อนกันน้ำได้อย่างดี แต่ถ้าฝนกกมกขึ้นเนืองจากอิทธิพลของมรสุม พายุโซนร้อนหรือดีเปรสชั่น
น้ำจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นจนล้นฝั่ง คันกินและระบายลงสู่ที่ราบ
ทั้งสองงคลอจะทำหน้าที่เป็นทางะบายน้ำอย่างดี ทำให้น้ำท่วมเป็นประจำเกือบทุกปี
การเพิ่มระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองบนที่ราบนี้ นอกจากจะอยู่ในอิทธิพลของน้ำฝน
แล้ว การขึ้นลงของน้ำทะเลในอ่าวไทยยังหนุนให้ระดับน้ำเพิ่มและลดปริมาณ ซึ่งการหนุน
ของน้ำทะเลมีผลให้ก่อภาวะสำคัญ 2 ประการคือ

1. การระบายของเสียลงแม่น้ำสำคลองเกิดความล่าช้าและยุ่งยาก เพราะเมื่อน้ำ
ทะเลหนุนให้ระดับน้ำเพิ่มและลดเป็นประจำทุกวัน ของเสียที่ไหลอยู่ในแม่น้ำลำคลอง
วนอยู่ในย่านนี้เป็นเวลานานกว่าจะไหลลงสู่ทะเล และก่อให้เกิดภาวะน้ำเสียได้ง่าย

2. ในหน้าแล้ง ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลอง น้ำทะเลจะมีโอกาสไหลเข้าสู่แม่น้ำ ทำให้เกิดน้ำเค็มกร่อยไม่เหมาะที่จะบริโภค หรือมใช้ในการเพาะปลูกในสวนผักผลไม้ อันเป็นพืชหลักของการเกษตรในจังหวัดธนบุรี

จากการที่ธนบุรีเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำลำคลองต่างๆ มากมายเชื่อมโยงกับแม่น้ำเจ้าพระยา และระดับสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณหนึ่งเมตรเท่านั้น ทำให้ก่อเกิดปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากฝนที่ตกลงมาแล้วระบายลงคลองต่างๆไม่ทัน ถ้าเป็นระยะน้ำทะเลหนุนด้วยจะทำให้น้ำท่วมสูงขึ้น เดิมแม่น้ำลำคลองเหล่านี้ก็เป็นแหล่าระบายน้ำโสโครกจากส้วม (ซื่งมักจะใช้ถังซึม) และน้ำอื่นๆ จากบ้านเรือนอยู่แล้ว เมื่อระบายน้ำฝนลงท่อ สู่คลองเหล่า ยิ่งทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นไปอีกเป็นประจำ ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงผังนครหลวงจึงมีการปรับปรุงโครงการระการะบายน้ำฝน น้ำโสโครกและป้องกันการน้ำท่วม ดังนี้

ก. โครงการระบายน้ำฝน

ระบบการระบายยุน้ำฝนควรเป็นแบบแยกต่างหากจากระบบระบายน้ำโสโครก โดยมีการปรับปรุงท่อเดิมและออกแบบท่อระบายน้ำใหม่เหมีการก่อเนื่องเป็นระบบไหลลงสู่คลองต่าง ๆ ที่ไล้เคียง ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการปรับปรุงคลองและสร้างประตูน้ำเพิ่มเพื่อปิดเปิดคลองต่างๆ โดยให้สมพันธ์กันจนถึงจุดสุดท้ายที่ทิ้งน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ในบางแห่งทีมีบัญหาเกี่ยวกับการกดระดับปลายท่อให้ใช้ปั๊มน้ำช่วยด้วย

ข. โครงการระบายน้ำโสโครก

ระบบการระบาน้ำโสโครก ในบริเวณที่มีชุมชนหนาแน่น ควรใช้ระบบท่อแทนการใช้บ่อเกรอะบ่อซึม น้ำโสโครกจกท่อเหล่านั้นจะไหลไปสู่โรงกำจัดน้ำเสียอีกครั้งหนึ่ง ในตอนแรกน้ำเสียจะไหลจากอาคารบ้านเรือนโดยแบบธรรมชาติ จากท่อเล็กไหลไปสู่ท่อใหญ่จกท่อใหญ่จะไหลไปรวมกัน ณ จุดไกจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งช่องสถานีปั๊มน้ำโสโครก หลังจากนี้น้ำเสียจะถูกนำไปสู่โรงกำจัดน้ำเสียต่อไป ส่วนในบริเวณรอบนอกออกไปก็ให้ใช้ระบบบ่อเกรอะบ่อซึม แต่จะต้องให้ถูกหลักวิชาการด้วย

ค. โครงการป้องกันน้ำท่วม

น้ำที่ปล่อยจากเขื่อนเจ้าพระยาจังวัดชัยนาทมีอิทธิพลต่อการป้องกันน้ำท่วมมากแต่อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการแบ่งเบาปริมาณตอนเหนือนครหลวง ควรให้มีคลองนำน้ำดังกล่าวไปสู่ทะเลโคตรง ทั้งด้านระนครและธนบุรี ส่วนภายในนครหลวงควรได้มีการยกระดับถนนบางสาย เช่น ถนนเลียบแม่น้ำลำคลอง เพื่อป้องกันการเอ่อล้นท่วมบริเวณ
ใกล้เคียงในช่วงเวลาน้ำมาก
ตามโครงการปรับปรุงนี้เพื่อแก้บัญหาเรื่องน้ำท่วมและน้ำเสียได้ดำเนินการไป
บางส่วนบ้างแล้ว ในเรื่องการระบายน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินทางด้านผึ้งพระนคร โดย
เฉพาะการป้องกันน้ำท่วมในระยะ ฝนตกชุก น้ำเหนือหลาก และน้ำทะเลหนุนในระยะ
เดือน ต.ค.-พ.ย. พ.ศ. 2521 นี้ ถนนสาต่างๆ น้ำท่วมสูงตั้งแต่เชิงสะพานพุทธฯ ระดับ
น้ำสูงมากโดยเฉพาะถนนอิสระภาพ เชิงสะพานเจริญพาศน์ แม้แต่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้าก็
มีน้ำท่วมถึง เนืองจากขาดป้องกันทั้งระยะยาวและในขณะน้ำท่วมมีผลทำให้ถนน
เสียหายเพราะใช้เป็นเส้นทางจรจรแม้น้ำจะท่วม จึงต้องซ่อมแซมด่วน พร้อมทั้งปรับระดับ
ให้สูงขึ้นกว่าเดิม
สภาพประวัติการเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิศาสตร์ของพื้นที่ธนบุรี
แต่เดิมในสมัยกรุงศรีอยุธยา ธนบุรีมีฐานะเป็นเพียงหมู่บ้านใหญ่ ชื่อ “ตำบลบางกอก” ลักษณะเป็นพื้นแผ่นดินเดียวกัน ตั้งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเดิม
เพราแนวแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมไหลอ้อมโค้ง ตำบลบางกอกเป็นรูปเทือกม โดยมีแนวโค้ง
ซึ่งอาจดูจากแนวคลองบางอกน้อย อ้อมผ่านตลึงชัน บางระมาด และวกออกมาตามแนว
คลองบางกอกใหญ่ ดังรูป

ทางไหลอ้อมของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เสียวลาในการเดินทางน้ำมาก ซึ่งถ้าเกิน
ทางบกจะใช้เวลาไม่มากนัก สมเด็จพระชัยราชาธิราช (พ.ศ.2077-2088) จึงโปรดให้ขุกคลองลัดกุ้งแต่ปากคลองบากอกน้อย ไปออกแม่น้ำเก่าที่หน้าบริเวณวัดอรุณราชวรารามในปัจจุบันเรียกว่า “คลองลัดบางกอกใหญ่” ด้งรูป

 

ตามลักษณะการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำนั้น แม่น้ำจะเปลี่ยนทางเดินลัดตรงทันที ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนใหญ่จะไหลไปทางคลองถกบางกอกใหญ่ ทำให้คลองนั้น กว้างขึ้นเป็นแม่น้ำสายไห คือแม่น้ำช่วงที่ผ่านหนท่าราชวรดิษฐ์ปัจจุบันนี้ ส่วนแม่น้ำ เก่าซึ่งถูกกลัดน้ำ ก็จะถูกทับถมแคบเข้าจนมีลักษณะเป็นคลองไป ได้แก่คลองบางกอกน้อย คลองชักพระ (คลองตลิ่งชัน) กลองบางขุนสี คลองบางเชือกหนัง คลองวัตประดู่ และคลองบางกอกใหญ่ (คลองบางหลวง) ดังรูป

 

การชุดคลองลัดแม่น้ำเละกลายเป็นแม่น้ำใหญ่ผ่านกลางตำบลบางกอก ทำให้บางกอกมีลักษณะคล้ายจังหวัดพิษณุโลก คือเป็นเมืองงอกแตก ต่อมาได้จัดทั้งตำบลบางกอก

เป็นเมือง “ธนบุรีศรีมหาสมุทร” การที่เปลี่ยนชื่อจากบางกอก เป็นเมืองธนบุรีนั้นยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน แต่สันนิฐานว่าอาจเป็นเมืองที่มั่งคั่ง สมบูรณ์ ดินดี เป็นแหล่ง

ปลูกพืชผลไม้ที่สำคัญ และอีกประการหนึ่งคือ ธนบุรี มีลักษณะเป็นเมืองที่สำคัญในทาง
การค้าขาย เพราะเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ สำหรับสินค้าขาเข้า และขาออก เป็นพื้นที่ที่
ทำรายได้ให้แก่รัฐบาลในสมัยพระมหาจักรพรรดิ์ (พ.ศ. 2091 -2111) เป็นต้นมา
ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ดินแดนนี้ทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในฐานะเป็น
เมืองลวงของประเทศ และเมื่อเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์ ได้ย้ายราชธานีไปฝั่งตะวันออก
ของแม่น้ำและเรียกดินแดนแยกจากเมืองบางกอกเดิม โดยทางฝั่งตะวันตกเป็นเมืองธนบุรี
และฝั่งตะวันออกเป็นกรุงเทพฯ ดินแดนนี้ต่อมาระยะหลังแม้จะเปลี่ยนชื่อแยกเป็นพระนคร
และธนบุรีแล้ว ฝรั่งต่างชาติ ก็ยังคงเรียกดินแดนนี้ว่า “บางกอก” (Bagkok) เช่นเดิม